
วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2552
วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2552
การต่ออินเตอร์เน็ตไร้สายผ่านมือถือ
อินเตอร์เน็ตไร้สายผ่านมือถือด้วยระบบ GPRS ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ของการใช้งานอินเตอร์เน็ต เพราะว่า ในช่วงนี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือหลาย ๆ ค่าย ก็มีการทำโปรโมชั่นด้านราคา ออกมาค่อนข้างน่าใช้งานมาก โดยมีราคาถูกลงกว่าเดิมมาก และยิ่งถ้านับเรื่องความสะดวก สำหรับผู้ที่ต้องการ ใช้งานอินเตอร์เน็ตนอกสถานที่ นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจทีเดียว ก่อนอื่น มาดูรูปแบบต่าง ๆ ของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านมือถือก่อน โดยทั่วไปแล้ว การที่เราจะสามารถทำการ เชื่อมต่อ เครื่องคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้สามารถรับส่งข้อมูลได้ จะแบ่งวิธีการเชื่อมต่อออกเป็น 3 รูป แบบ
เลือกที่ Install Driver and Application และกด OK ครับ
ขั้นตอนการลง driver และ software ก็ทำไปตามปกติ กดที่ Next ไปเรื่อย ๆ ได้เลย
ทำการลง driver ไปจนเสร็จถึง Finish ครับ หลังจากลง driver เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นการเซ็ตอัพบริการต่าง ๆ บนเครื่อง โดยโปรแกรมจะเรียก Bluetooth Configuration Wizard ขึ้นมา เพื่อทำการเซ็ตค่าของบริการและทำการจับคู่หรือ Paring กับอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อให้อุปกรณ์ สามารถรู้จัก และรับส่งข้อมูลระหว่างกันได้ ถ้าไม่มีเมนูหน้าจอนี้ ก็ลองค้นหาดูจาก Program Menu ว่ามีโปรแกรมหรือ softwareอะไรทำนองนี้อยู่บ้าง
ต่อไป ก็จะเป็นการเซ็ตค่าต่าง ๆ ของอุปกรณ์อัตโนมัติ กดที่ Nextเพื่อเซ็ตค่าต่อไป
เครื่องจะตั้งชื่อ computer name ตามที่เราเคยใส่ไว้ ถ้าไม่ต้องการเปลี่ยน ก็กดที่ปุ่ม Next
หน้านี้ จะเป็นการเลือกว่าเราต้องการใช้บริการอะไรจาก Bluetooth ในเครื่องบ้าง อย่างที่ได้บอกแต่ต้นแล้ว ว่าระบบ Bluetoothสามารถมีบริการให้เลือกใช้งานได้หลายอย่าง ตรงนี้เราก็เลือกทุกอย่าง แล้วกด Next ต่อไป
ถึงตรงนี้ จะเป็นการเซ็ตให้เครื่อง PC รู้จักกับ โทรศัพท์มือถือ หรือที่เรียกว่า Pairing หรือการจับคู่ระหว่างอุปกรณ์ เพื่อให้อุปกรณ์ทั้ง 2ชนิด มองเห็นกันและใช้งานร่วมกันได้ ถึงตรงนี้ ให้เราทำการเปิดการใช้งาน Bluetooth ที่เครื่องโทรศัพท์ไว้ เพื่อให้ระบบสามารถค้นหาได้พบ และกดที่ปุ่ม Next เพื่อทำการตั้งค่าต่อไป
รอสักครู่ ระบบจะทำการค้นหาอุปกรณ์ที่เปิดใช้งาน เอาเมาส์กดเลือกที่อุปกรณ์ (เช่น จากตัวอย่างคือ T610) และกดที่ปุ่ม Next
จากนั้น จะเป็นการทำ Pairing หรือการจับคู่ระหว่าง 2 อุปกรณ์ โดยก่อนที่จะทำการจับคู่ได้นั้น จะต้องมีการยืนยันรหัสผ่านหรือ PIN Code ก่อน ซึ่งเราจะตั้งรหัสตรงนี้เป็นเลขอะไรก็ได้ (ตั้งเป็นตัวเลขนะครับ) เมื่อใส่ PinCode ที่ตั้งขึ้นมามาแล้ว กดที่ปุ่ม Initiate Paringเพื่อทำการจับคู่ให้สำเร็จก่อน ที่เครื่องโทรศัพท์ ก็จะมีเมนูของการทำ Paring หรือจับคู่ หรืออาจจะเป็นคำว่า เพิ่มอุปกรณ์ของฉัน" ทำนองนี้ ให้ใส่รหัสยืนยัน PIN Codeที่เราตั้งไว้ให้ตรงกัน แค่นี้ก็เสร็จแล้ว
เมื่อเราสามารถทำการ Paring ได้เรียบร้อยแล้ว ก็มาเลือกว่า จะใช้บริการอะไรบ้าง ตรงนี้ อย่างที่บอกว่า จะขอแนะนำเฉพาะการต่ออินเตอร์เน็ตผ่านมือถือเท่านั้น ก็ให้เลือกที่บริการ Dial-up Networking
เมื่อเลือกที่บริการ Dial-up Networking แล้ว อาจจะมีเมนูให้ทำการตั้งค่าระบบ ก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนอะไรมาก กดปุ่ม OK ไปเลย
ถึงตรงนี้ ก็เป็นอันเสร็จแล้วครับ ถ้าไม่มีอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จะมา Paringก็กดที่ปุ่ม Skip เพื่อจบขั้นตอนการเซ็ตค่าได้เลย
ตรงนี้ก็ถือว่า ขั้นตอนการลง driver และเซ็ตระบบต่าง ๆ ก็เสร็จเรียบร้อยครับ กดที่ปุ่ม Finishการตั้งค่าของโมเด็มเพิ่มเติม ก่อนการใช้งานอินเตอร์เน็ต GPRS ผ่าน Bluetoothถึงตรงนี้ เราก็พร้อมที่จะใช้งาน Modem ผ่าน Bluetooth ได้แล้ว ซึ่งในกรณีที่เราตั้งค่าต่าง ๆ ตามด้านบนเรียบร้อยแล้ว ให้ทดลองต่อเข้าอินเตอร์เน็ตดูก่อน ถ้าหากสามารถใช้งานได้ ก็ให้ข้ามขั้นตอนการตั้งค่าของโมเด็มนี้ไปเลย แต่ถ้าหากทดลองต่ออินเตอร์เน็ตแล้ว ยังไม่สามารถใช้งานได้ ให้ทดลองเข้ามาตั้งค่าของโมเด็มเพิ่มเติมตรงนี้ โดยเริ่มจาก เข้าไปที่หน้า control panel ครับ
กดเลือกและดับเบิลคลิกที่ Phone and Modem
จะเห็นว่ามี Bluetooth Modem เพิ่มขึ้นมาจากเดิม กดเลือกที่ Bluetooth Modemและกดที่ปุ่ม Properties
กดเลือกที่ Advanced และให้ใส่คำว่า AT+CGDCONT=1,"IP","internet" ลงไปในช่อง Extra initialization commands และกดปุ่ม OK เพื่อกลับไปหน้าเดิม และปิดหน้า control panel ได้เลย การเริ่มต้นเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Dial-up Network Connectionหลังจากที่ทำการตั้งค่าต่าง ๆ แล้ว เมื่อเข้ามาที่หน้า Dial-up NetworkConnections ก็จะเห็นว่า มีรายการ Dial-up เพิ่มขึ้นมาอีก 1 อันคือ BluetoothConnection ซึ่งก็จะเหมือนกับ Dial-up ทั่ว ๆ ไปนั่นเอง สำหรับบางเครื่องหรือ Bluetooth บางยี่ห้อ ถ้าหากไม่มี Dial-up ตัวใหม่เพิ่มมา อาจจะทดลองสร้าง Dial-up Connection ขึ้นมาเองก็ได้ โดยให้ทำเหมือนกับการสร้างจากโมเด็มธรรมดา แต่แทนที่จะเลือกโมเด็มตัวเดิม ก็เปลี่ยนมาใช้ Bluetooth Modem แทน และถ้าหากท่านไม่พบว่ามี Bluetooth Modemเพิ่มขึ้นมา ให้ลองตรวจสอบดูว่า ได้เปิดบริการของ Dial-up Networking ของ Bluetooth ไว้แล้วหรือยังก่อน
ลองกดเมาส์ขวาที่ Dial-up ของ Bluetooth Connection และเลือกที่ Properties
หน้าตา ก็เหมือนกับ Dial-up ทั่วไปนั่นแหละครับ แต่ตรงเบอร์โทร Phone numberแทนที่จะใส่เป็น เบอร์สำหรับ การเชื่อมต่อ ของอินเตอร์เน็ตทั่วไป ก็ต้องเปลี่ยนเบอร์ใหม่แบบ GPRSซึ่งสามารถหาข้อมูลเบอร์นี้ได้จากเว็บไซต์ของมือถือแต่ละค่าย หรือโทรสอบถามจาก call center ของมือถือได้เลย โดยคร่าว ๆ ที่ทราบมาจะใช้เบอร์ดังนี้ Orange = *99#AIS = *99***1#DTAC = *99***2#หลังจากใส่เบอร์แล้วก็กด OKเสร็จแล้ว เมื่อต้องการจะต่ออินเตอร์เน็ต ก็เรียกที่ Dial-up Connectionเหมือนกับการต่อเน็ตทั่วไป
ในกรณีระบบ GPRS ของโทรศัพท์ Orange จะต้องใส่ user และ password เป็นคำว่า orange ด้วย แต่ GPRS ของ AIS หรือ DTAC ไม่ต้องใส่ ให้เว้นว่างไว้ และกดที่ปุ่ม Dial เพื่อเริ่มต้นการต่อเน็ต
หน้าจอการเชื่อมต่อเน็ต ก็จะคล้าย ๆ กับการต่อเน็ตธรรมดานั่นแหละ
รอสักพักนึง เมื่อต่อได้เรียบร้อยแล้ว ลองกดดูการเชื่อมต่อครับ จะได้รายละเอียดดังรูปข้างบนนี้
ทดลองเข้าเว็บ com-th.net ดู ความเร็วที่ได้จากการต่ออินเตอร์เน็ตแบบ GPRSทีนี้ หลายคนคงสงสัยว่า การต่อเน็ตผ่าน GPRS นี้ จะได้ความเร็วเท่าไรกันแน่ เอาเป็นว่า ผมไม่มีข้อมูลแบบละเอียดของระบบ GPRS นะครับ ว่าความเร็วแบ่งออกเป็นเท่าไรบ้าง แต่ขอบอกว่า ความเร็วของการเชื่อมต่อแบบนี้ จะได้ประมาณ เทียบเท่ากับโมเด็ม 56k โดยประมาณ โดยความเร็ว อาจจะช้าหรือเร็วกว่านี้ ขึ้นอยู่กับ จำนวนคนที่ใช้งานข้อมูล พร้อม ๆ กันในขณะนั้น และขึ้นอยู่กับ รุ่นของโทรศัพท์มือถือ ว่ารองรับ GPRS ใน Classไหนได้บ้าง ถ้าเป็นมือถือรุ่นใหม่ ๆ ความเร็วสูงสุด จะมากกว่ารุ่นเก่า ๆ มาทำการทดสอบความเร็วของอินเตอร์เน็ตแบบนี้กัน เริ่มต้น ทดสอบจาก serverในเมืองไทยและของเมืองนอก
พบว่าสามารถใช้ FTP ได้ตามปกติ จากนั้น ทดสอบการรับและส่งเมล์ด้วย OutlookExpress ดูบ้าง
การใช้งาน Outlook Express เพื่อรับส่งอีเมล์ก็พบว่า สามารถใช้งานได้ตามปกติ รับและส่งอีเมล์ได้เลย สรุปนะ การเชื่อมต่อแบบนี้ นับได้ว่าเหมาะกับบ้านหรือผู้ที่อยู่หอพักที่ไม่มีโทรศัพท์ หรือผู้ที่ต้องการใช้งานอินเตอร์เน็ตนอกสถานที่ โดยที่ บทความทั้งหมดนี้ ผมเขียนขึ้นมาจาก อุปกรณ์ที่ผมมีทดลองใช้งานเท่านั้น บอกตรง ๆ เลยว่า ถ้าเป็นอุปกรณ์ยี่ห้ออื่น หรือเป็นมือถือรุ่นอื่น ๆ ผมเองก็ไม่เคยจับต้อง ดังนั้น ถ้าท่านใดพบปัญหาหรือมีขั้นตอนการติดตั้ง ที่นอกเหนือไปจากนี้ ก็คงต้องลองเปิดดูคู่มือวิธีการติดตั้งและการเซ็ตค่าต่าง ๆ เพิ่มเติมด้วย
วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2551
BitTorrent (BT)
โหลด โปรแกรม bit comet (โปรแกรมบิท) ยอดฮิต ยอดนิยม version ใหม่ ล่าสุด ดาวน์โหลด bit หนังสือ เกี่ยวกับ bittorrent ภาษา ไทย
http://www.bitcomet.com/doc/download.htm
การใช้งาน BitTorrent
1. โหลดโปรแกรม ตัวที่นิยมและใช้งานง่ายก็ BitComet (เรียกสั้นๆว่า BC)โหลดได้ที่ http://www.bitcomet.comส่วนตัวอื่นๆได้แก่ ABC , TorrentStorm , Bitornado , BTQ , BitSpirit , etc
2. Install โปรแกรม
3. เปิดโปรแกรม BC
4. คลิก PreferencesConnection- Global Max Download Rate : No Limit หรือจะ Limit ถ้าต้องการเล่นเวปไปด้วย- Global Max Upload Rate : ใช้ 90-95% ของความเร็ว upload สูงสุดของ ADSL ที่ใช้256/128 ใช้ 13 512/256 ใช้ 27 1M/512 และมากกว่า ใช้ 55 kB/s- Max Simultaneous Download Tasks : คือจำนวน Torrent ที่โหลดพร้อมกัน ใช้ 2-3อย่างอื่นไม่ต้องเซ็ตอะไรถ้าต้องการให้โปรแกรมปิดเครื่องให้เมื่อ Download เสร็จเลือก- Auto stop : 100%- Do not auto stop : 1- Shut Down computer
5. หาไฟล์ torrent ที่ต้องการตาม Tracker เช่น http://www.suprnova.orgแล้วโหลดไฟล์ torrent มายังเครื่องเรา ส่วนมากมีขนาด 20-30 kB
6. ใน BC เลือก Open จากนั้นเลือกไฟล์ torrent ที่โหลดมา
7. เลือก Folder ที่เก็บไฟล์ และไฟล์ที่ต้องการโหลด (กรณีโหลดเฉพาะบางไฟล์)
8. รอจนกว่าจะโหลดเสร็จ9. การปิด Task ให้กด Stop แล้วเลือก Remove - Remove Task Onlyระวังอย่าไปเลือก Remove Task & All File มิฉะนั้นไฟล์ที่โหลดมาเสร็จแล้วจะโดนลบทิ้งไปด้วย
การสร้างไฟล์ Torrent
1. ใน BC เลือก Create
2. Source File คลิกเลือกว่าเป็นแบบไฟล์เดียว(เช่น zip,mpeg,iso) ถ้าหลายไฟล์ใช้แบบไดเรคทอรี่จากนั้น Browse ไปยังไฟล์หรือไดเรคทอรั่
3. Piece Size เลือก Auto
4. Tracker Server อันนี้สำคัญมาก ต้องใส่ค่าตาม Tracker ที่เราจะ upload ขึ้นไปส่วนมากจะเป็น http://tracker.xxx.com/annouceจะใส่ค่าอะไรส่วนมากแต่ละ Tracker จะมีบอกไว้
5. เลือกชื่อไฟล์ torrent และไดเรคทอรี่ที่เก็บไฟล์ ส่วน Commet จะใส่หรือไม่ก้ได้
6. กด OK แล้วรอให้โปรแกรมสร้างไฟล์ Torrent จนเสร็จ ดู Status ที่ด้านล่างสุดของโปรแกรม
7. การ upload ไฟล์ Torrent ที่สร้างเข้าไปยัง Tracker ให้ดูตามข้อกำหนดของแต่ละ
แหล่งที่มา : http://www.thaiware.com/main/info.php?id=6338
http://community.thaiware.com/index.php?showtopic=192975
วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2551
วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
สมุดเยี่ยม..
สมุดเยี่ยมคือ เมื่อเข้ามาชมเว็บไชต์แล้วก็ลงสมุดทักทายซะหน่อยพูดแต่สิ่งหรูๆไม่มีข้อเสนอแนะหรือติชม แต่สมุดเยี่ยมของเว็บพวกเรานี้ หมายถึงเป็นทั้งสมุดเยี่ยมชม และติชมเสนอแนะ ในเวลาพร้อมๆกันไป เพื่อให้ทีมพวกเราได้พัฒนาในสิ่งที่ดี นำเสนอแก่สาธารณชนต่อไป
สมุดเยี่ยมล่าสุด!

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
อุปกรณ์สื่อสาร

อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงชั่วขณะ เหมาะสำหรับนำไปใช้ในทุกงานที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (ทั้งที่เชื่อมต่อกับสายส่งหรือผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้เองเฉพาะสถานที่นั้น ๆ ), สายโทรศัพท์ (เช่น โมเด็ม, แฟกซ์ และข้อมูล ฯลฯ)สายข้อมูลคอมพิวเตอร์และสายการสื่อสารเป็นต้น การใช้งานเหล่านี้ล้วนต้องการอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงชั่วขณะที่มีประสิทธิภาพและมีความน่าเชื่อถือๆด้ทั้งสิ้น เช่น - ระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อ เช่น เครื่องพิมพ์, จอ, ลำโพง และโมเด้ม ฯลฯ - PABX และอุปกรณ์สื่อสาร ฯลฯ - เครื่องมือแพทย์, เครื่องมือแลอุปกรณ์ภายในห้องผ่าตัด และอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ฯลฯ - เครื่องชั่ง, เครื่องวัดและเครื่องมือทดสอบ ฯลน - อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนอด - ระบบรักษาความปลอดภัย
ลอยกระทง

แหล่งที่มา : http://www.tourthai.com/gallery/images018/00loykt.jpg
วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551

แบบ เป็นผลงานจากการออกแบบ เป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และฝีมือของ นักออกแบบ แบบมีอยู่หลายลักษณะ ดังนี้ คือ 1. เป็นภาพวาดลายเส้น (drawing) ภาพระบายสี (Painting) ภาพถ่าย (Pictures) หรือแบบร่าง (Sketch) แบบที่มีรายละเอียด (Draft) เช่น แบบก่อสร้าง ภาพพิมพ์ (Printing) ฯลฯ ภาพต่าง ๆ ใช้แสดงรูปลักษณะของงาน หรือแสดงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับงาน ที่เป็น 2 มิติ 2. เป็นแบบจำลอง (Model) หรือของจริง เป็นแบบอีกประเภทหนึ่งที่ใช้แสดง รายละเอียดของงานได้ชัดเจนกว่าภาพต่าง ๆ เนื่องจากมีลักษณะเป็น 3 มิติ ทำให้ สามารถเข้าใจในผลงานได้ดีกว่า นอกจากนี้ แบบจำลองบางประเภทยังใช้งานได้ เหมือนของจริงอีกด้วยจึงสมารถใช้ในการทดลอง และทดสอบการทำงาน เพื่อหา ข้อบกพร่องได้
นักออกแบบก็เหมือนกับคนเขียนบทละครนั่นเอง แบบ เป็นผลงานจากการออกแบบ เป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และฝีมือของ นักออกแบบ แบบมีอยู่หลายลักษณะ ดังนี้ คือ
1. เป็นภาพวาดลายเส้น (drawing) ภาพระบายสี (Painting) ภาพถ่าย (Pictures) หรือแบบร่าง (Sketch) แบบที่มีรายละเอียด (Draft) เช่น แบบก่อสร้าง ภาพพิมพ์ (Printing) ฯลฯ ภาพต่าง ๆ ใช้แสดงรูปลักษณะของงาน หรือแสดงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับงาน ที่เป็น 2 มิติ
ประเภทของการออกแบบ 1. การออกแบบทางสถาปัตยกรรม (Architecture Design) เป็นการออกแบบเพื่อ การก่อสร้าง สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ นักออกแบบสาขานี้ เรียกว่า สถาปนิก (Architect) ซึ่ง โดยทั่วไปจะต้องทำงานร่วมกับ วิศวกรและมัณฑนากร โดยสถาปนิก รับผิดชอบเกี่ยว กับประโยชน์ใช้สอยและความงามของสิ่งก่อสร้าง งานทางสถาปัยตกรรมได้แก่- สถาปัตยกรรมทั่วไป เป็นการออกแบบสิ่งก่อสร้างทั่วไป เช่น อาคาร บ้านเรือน ร้านค้า โบสถ์ วิหาร ฯลฯ - สถาปัตยกรรมโครงสร้าง เป็นการออกแบบเฉพาะโครงสร้างหลักของอาคาร - สถาปัตยกรรมภายใน เป็นการออกแบบที่ต่อเนื่องจากงานโครงสร้าง ที่เป็นส่วนประกอบของอาคาร - งานออกแบบภูมิทัศน์ เป็นการออกแบบที่มีบริเวณกว้างขวาง เป็นการจัดบริเวณพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอยและความสวยงาม - งานออกแบบผังเมือง เป็นการออกแบบที่มีขนาดใหญ่ และมีองค์ประกอบซับซ้อน ซึ่งประกอบ ไปด้วยกลุ่มอาคารจำนวนมาก ระบบภูมิทัศน์ ระบบสาธารณูปโภค ฯลฯ
2. การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) เป็นการออกแบบเพื่อการผลิต ผลิตภัณฑ์ ชนิดต่าง ๆงานออกแบบสาขานี้ มีขอบเขตกว้างขวางมากที่สุด และแบ่งออกได้มากมาย หลาย ๆ ลักษณะ นักออกแบบรับผิดชอบเกี่ยวกับประโยชน์ใช้สอยและความสวยงามของ ผลิตภัณฑ์ งานออกแบบประเภทนี้ได้แก่ - งานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ - งานออกแบบครุภัณฑ์ - งานออกแบบเครื่องสุขภัณฑ์ - งานออกแบบเครื่องใช้สอยต่างๆ - งานออกแบบเครื่องประดับ อัญมณี - งานออกแบบเครื่องแต่งกาย- งานออกแบบภาชนะบรรจุผลิตภัณฑ์ - งานออกแบบผลิตเครื่องมือต่าง ๆ ฯลฯ
3. การออกแบบทางวิศวกรรม (Engineering Design) เป็นการออกแบบเพื่อการผลิต ผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ เช่นเดียวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกัน ต้องใช้ ความรู้ความสามารถและเทคโนโลยีในการผลิตสูง ผู้ออกแบบคือ วิศวกร ซึ่งจะรับผิดชอบ ในเรื่องของประโยชน์ใช้สอย ความปลอดภัยและ กรรมวิธีในการผลิต บางอย่างต้องทำงาน ร่วมกันกับนักออกแบบสาขาต่าง ๆ ด้วย งานอกแบบประเภทนี้ได้แก่ - งานออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้า - งานออกแบบเครื่องยนต์ - งานออกแบบเครื่องจักรกล - งานออกแบบเครื่องมือสื่อสาร - งานออกแบบอุปกณ์อิเลคทรอนิคส์ต่าง ๆ ฯลฯ
4. การออกแบบตกแต่ง (Decorative Design) เป็นการออกแบบเพื่อการตกแต่งสิ่งต่าง ๆให้สวยงามและเหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น นักออกแบบเรียนว่า มัณฑนากร (Decorator) ซึ่งมักทำงานร่วมกับสถาปนิก งานออกแบบประเภทนี้ได้แก่ - งานตกแต่งภายใน (Interior Design) - งานตกแต่งภายนอก (Exterior Design) - งานจัดสวนและบริเวณ ( Landscape Design) - งานตกแต่งมุมแสดงสินค้า (Display) - การจัดนิทรรศการ (Exhibition) - การจัดบอร์ด - การตกแต่งบนผิวหน้าของสิ่งต่าง ๆ เป็นต้น ฯลฯ
5. การออกแบบสิ่งพิมพ์ (Graphic Design) เป็นการออกแบบเพื่อทางผลิตงานสิ่งพิมพ์ ชนิดต่าง ๆ ได้แก่ หนังสือ หนังสือพิมพ์ โปสเตอร์ นามบัตร บัตรต่าง ๆ งานพิมพ์ลวดลายผ้า งานพิมพ์ภาพลงบนสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ งานออกแบบรูปสัญลักษณ์ เครื่องหมายการค้า ฯลฯ
ขั้นตอนในกระบวนการออกแบบระบบ (Step in the system design process)
คุณลักษณะของหน่วยแสดงผล (Output specification) :: เนื้อหา, รูปร่าง, ปริมาณ, ทันเวลา, สื่อ, รูปและขนาด
คุณลักษณะของหน่วยนำเข้าข้อมูล (Input specification) :: เนื้อหา, ทันเวลา, สื่อ, รูปขนาด, ปริมาณ
คุณลักษณะของหน่วยประมวลผล (Processing specification) :: การคำนวณ, ประยุกต์ใช้, โปรแกรมระบบ, อุปกรณ์ในการคำนวณ
คุณลักษณะส่วนจัดเก็บข้อมูล (Storage specification) :: การเข้าถึง, การจัดการข้อมูล, ปริมาณ, สื่อ
คุณลักษณะกระวบนการปฏิบัติ (Procedure specification) :: งาน, การควบคุม
คุณลักษณะบุคลากร (Personnel specification) :: งาน, คุณวุฒิ, การอบรม
แหล่งที่มา : http://www.prc.ac.th/newart/webart/design01.html
http://www.mew6.com/composer/art/design.php
http://www.thaiall.com/mis/mis15.htm
วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2551
กฎหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์....
(1) การเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์, ทำการเปลี่ยนแปลงหรือทำให้เสียหายซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ ด้วยเจตนากระทำการละเมิดอย่างร้ายแรง เช่น ในกรณีที่ผู้ใดได้เจาะระบบ หรือแฮก (hacking) คอมพิวเตอร์ของธนาคาร และเข้าถึงข้อมูลหมายเลขเครดิตการ์ด ซึ่งผู้กระทำการดังกล่าวมีเจตนาที่จะใช้ข้อมูลเพื่อการได้มา ซึ่งตัวทรัพย์อันมีมูลค่าเป็นเงินถือได้ว่า มีความผิดและอาจต้องได้รับโทษฐานฉ้อโกงด้วย
(2) การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในคอมพิวเตอร์โดยมิได้รับอนุญาต ในกรณีที่ผู้ใดประมาทเลินเล่อ ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลจะทำให้ข้อมูลเสียหายหรือไม่ก็ตาม บทบัญญัติดังกล่าวนี้มีความมุ่งหมายที่จะ ให้ครอบคลุมถึงการกระทำผิดในหลายรูปแบบ เช่น การที่นักเจาะระบบ หรือแฮก- เกอร์ ได้เจาะเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต และทำให้ข้อมูลในคอมพิวเตอร์เสียหาย
(3) การทำให้เสียหาย ซึ่งการสื่อสาร ทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการใช้กลอุบายด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ทำให้การสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ขัดข้อง เช่น โดยการโจมตีด้วยการส่งอี-เมล์อันไม่พึงประสงค์เป็นจำนวนมากไปยังเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง จนเป็นเหตุให้เซิร์ฟเวอร์ของระบบดังกล่าวล้มเหลวในการทำงานหรือไม่สามารถให้บริการได้ การกระทำเช่นนี้บางครั้งเรียกว่า การทำให้ระบบปฏิเสธการให้บริการ (Distributed denial of services)
ที่มา : http://board.dserver.org/u/uthaisak2/00000139.html
วันหยุดสุดสบาย.....
ตื่นนอนตอน 07.00 น. อาบน้ำ ดูสังทอง พอจบแล้วไปเที่ยวตลาดนัด กลับจากตลาดนัดตอนบ่าย ๆ กินข้าวเที่ยง เสร็จแล้ว พิมพ์โครงงาน ประมาณ 7 หน้า จนเย็นยังไม่เสร็จ ตอนเย็นขี่รถเล่นชมวิวและก็กลับบ้าน มาอาบน้ำ กินข้าว แล้วก็นอน
วัน อาทิตย์
ตื่นนอนตอน 06.30 น. ล้างหน้า แปลงฟัน ซักผ้า ดูสังทอง ตอน 08.00 พอจบแล้วก็อาบน้ำ กินข้าว ดูทีวี เรื่อง ผู้กองเจ้าเสน่ห์ จากนั้นพิมพ์โครงงาน ต่อจนเย็น ตอนเย็นขี่รถเล่นและก็กลับบ้าน พาหมาไปเที่ยว มาอาบน้ำ กินข้าว แล้วก็นอน
DHCP คืออะไร ..
การติดตั้ง DHCP Server บน Windows Server 2003การกำหนดหมายเลขไอพีแอดเดรสให้กับเครื่องไคลเอนต์บนระบบเครือข่ายนั้น เป็นหน้าที่หนึ่งของแอดมิน ในกรณีที่เครื่องไคลเอนต์มีจำนวนไม่มาก ตั้งอยู่ในห้องเดียวกันหรือในบริเวณใกล้ๆ กัน การกำหนดหมายเลขไอพีแอดเดรสแบบแมนนวลนั้นก็สามารถทำได้โดยไม่มีความซัลซ้อนอะไร แต่ถ้าเครื่องไคลเอนต์มีจำนวนมาก และตั้งอยู่หลายที่หรือห่างไกลกันการกำหนดหมายเลขไอพีแอดเดรสแบบแมนนวลนั้นคงเป็นเรื่องยาก การแก้ปัญหาเรื่องการกำหนดหมายเลขไอพีแอดเดรสแบบอัตโนมัติโดยใช้บริการแจกจ่ายหมายเลขไอพีให้เครื่องไคลเอนต์ด้วย DHCP Server ซึ่งเป็นฟีเจอร์หนึ่งที่มีใน Windows Server 2003
การติดตั้ง DHCP Serverบริการ DHCP Server นั้น ก็เหมือนกับบริการอื่นๆ ของ Windows Server2003 คือจะไม่ถูกติดตั้งโดยดีฟอลท์ โดยวิธีการติดตั้ง DHCP Server นั้น ให้ไปที่ Manage Your Server แล้วคลิกที่ Add or remove role จะได้หน้าต่าง Configure Your Wizard ซึ่งจะช่วยในการ Add or remove a role
ขั้นตอนการติดตั้ง DHCP Serverการติดตั้ง DHCP Server มีขั้นตอนดังนี้1. ในหน้าต่าง Manage Your Server ให้คลิกที่ Add or remove a role2. ในหน้าต่าง Preliminary Steps ให้คลิกปุ่ม Next3. ในหน้าต่าง Server Role ให้คลิกเลือก DHCP Server แล้วคลิกปุ่ม Next4. ในหน้าต่าง Summary of Selections ให้คลิกปุ่ม Next5. ในหน้าต่าง Configuring Components ให้รอจนระบบทำงานเสร็จเรียบร้อย แล้วให้คลิก Next 7. ในหน้าต่าง Applying Selections ระบบจะทำการเพิ่ม Role ให้กับ Server ให้รอจนกว่าระบบงานเสร็จเรียบร้อย แล้วให้คลิก Next7. ในหน้าต่าง Welcome to the New Scope Wizard คลิก Cancel ออกจากการสร้าง Scope แล้วให้เลือก Finish
ที่มา : http://thaiwinadmin.blogspot.com/2008/06/kb2008255.html
IPv6 คืออะไร
ไอพีเวอร์ชันที่ 6 (IPv6) ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยจุดประสงค์หลักในการแก้ปัญหาการขาดแคลนจำนวนหมายเลขไอพีซึ่งกำหนดโดยมาตรฐานไอพีเวอร์ชันที่ 4 ซึ่งในมาตรฐานของเวอร์ชัน 6 นี้จะใช้ระบบ 128 บิตในการระบุหมายเลยไอพี
IPv6 (Internet Protocol version 6) เป็นเวอร์ชันล่าสุดของ Internet Protocol และได้รวมผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุน IP มาเป็นส่วนหนึ่งด้วย รวมถึงระบบปฏิบัติการหลัก IPv6 ได้รับการเรียกว่า "IPng" (IP Next Generation) โดยปกติ IPv6 เป็นกลุ่มของข้อกำหนดจาก Internet Engineering Task Force (IETF) โดย IPv6 ได้รับการออกแบบให้ปฏิรูปกลุ่มของการปรับปรุง IP เวอร์ชัน 4 โดย host ของเครือข่ายและ node แบบ intermediate ซึ่ง IPv4 หรือ IPv6 สามารถดูแลแพ็คเกตของ IP เวอร์ชันอื่น ผู้ใช้และผู้ให้บริการสามารถปรับรุ่นเป็น IPv6 โดยอิสระ การปรับปรุงที่ชัดเจนของ IPv6 คือความยาวของ IP address เปลี่ยนจาก 32 เป็น 128 การขยายดังกล่าวเพื่อรองรับการขยายของอินเตอร์เน็ต และเพื่อหลีกเลี่ยงการขาดแคลนของตำแหน่งเครือข่ายIP v6 ได้กำหนดกฎในการระบุตำแหน่งเป็น 3 ประเภทคือ unicast (host เดี่ยวไปยัง host เดี่ยวอื่น ๆ) anycast (host เดี่ยวไปยัง host หลายตัวที่ใกล้ที่สุด) multicast (host เดี่ยวไปยัง host หลายตัว) ส่วนเพิ่มที่พิเศษของ IPv6 คือ- ตัวเลือกในการระบุส่วนขยายของส่วนหัว ได้รับการตรวจสอบเฉพาะจุดหมาย ดังนั้นความเร็วของระบบเครือข่ายสูงขึ้น - ตำแหน่ง anycast ทำให้มีความเป็นไปได้ของการส่งข้อความไปยังหลาย ๆ gateway ที่ใกล้ที่สุดด้วยแนวคิดว่าให้บุคคลใด ๆ บริหารการส่งแพ็คเกตไปยังบุคคลอื่น anycast สามารถใช้ในการปรับปรุงตาราง routing ตลอดเส้นทาง - แพ็คเกตได้รับการระบุให้มีการไหลชนิดพิเศษได้ ทำให้แพ็คเกตที่เป็นส่วนของมัลติมีเดียที่ต้องการ นำเสนอแบบ real time สามารถมีคุณภาพการให้บริการที่สูง - ส่วนหัวของ IPv6 รวมถึงส่วนขยายยินยอมให้แพ็คเกตระบุกลไกแหล่งต้นทาง สำหรับการรวมข้อมูล และรักษาความลับ
ที่มา : http://www.widebase.net/knowledge/itterm/it_term_desc.php?term_id=IPv6
IPv4 คืออะไร

FTP คืออะไร

FTP (File Transfer Protocol) คือ เครื่องบริการการรับ-ส่งข้อมูล ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกเข้าใช้ แต่บางเครื่องอาจให้เป็นผู้ใช้ทั่วไปเข้าใช้ โดยใช้รหัสสมาชิก anonymous ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วโลกว่าเป็นรหัสผู้ใช้สำหรับผู้ที่ไม่ประสงค์ออกนาม FTP คือ โปรโตคอลสำหรับถ่ายโอนข้อมูล โดยเครื่องที่เปิดบริการ FTP จะเปิด TCP port 21 ไว้ การเชื่อมต่อของ FTP มี 2 mode
โปรแกรมที่ใช้สำหรับส่งแฟ้ม (Send) หรือรับแฟ้ม (Receive) ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ (Client Computer) กับเครื่องบริการ (Web Hosting) ผู้ให้บริการมักเปิดบริการ Port 21 พร้อมสร้างรหัสผู้ใช้(User Name) และรหัสผ่าน(Password) ให้ผู้ใช้แต่ละคนได้เป็นเจ้าของพื้นที่แต่ละห้อง (User Folder) เมื่อส่งแฟ้มชื่อ index.html หรือ default.asp ตามที่เครื่องบริการกำหนด เข้าไปในห้องสำหรับเผยแพร่เว็บเพจ ผู้ใช้ทั่วไปก็จะเข้าถึงข้อมูลได้ตามที่ผู้พัฒนาเว็บเพจคาดหวัง
1. FTP standard mode
คือ การเชื่อมต่อที่ server เชื่อมต่อกับ client ผ่าน port 20 เป็น Out going port ส่วน port ฝั่ง client จะแล้วแต่ตกลงกัน แต่ถ้า client มี firewall ที่ไม่บริการ FTP ก็จะติดต่อไม่ได้
2. FTP passive mode
คือ การเชื่อมต่อที่ client เป็นผู้เชื่อมต่อไปยัง server เพื่อใช้หมายเลข port ที่แล้วแต่จะตกลงในการส่งข้อมูล




